“บาร์เซโลน่า” เป็นทริปที่อยู่ในโปรแกรมการเดินทางตั้งแต่ก่อนบินมาเชก รีพับลิค แต่เราก็ไม่ได้วางแผนอะไรมากกับทริปนี้ อาจเป็นเพราะเหตุผลที่ว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เราหลงเสน่ห์ของชีวิตทุกๆ วันในปราก และมีความสุขดี เลยไม่ได้มีโอกาสได้ตื่นเต้นสักเท่าไหร่ >< พอรู้ตัวอีกทีก็ถึงวันเดินทางแล้ว! เราแพ็คของไปน้อยมากๆ กระเป๋าเป้ใบเดียวเสื้อผ้าสองชุดกับกล้องหนึ่งตัว ไปเดินเบาๆ แบบพร้อมลุย!
บาร์เซโลน่านั้นเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดของประเทศสเปน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในยุโรป และใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศสเปนรองจากมาดริด อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นกาตาลุญญาอีกด้วย เสน่ห์ของบาร์เซโลน่านั้นเต็มไปด้วยความครึกครื้นของผู้คน ตึกรามบ้านช่องตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีสีสันแปลกตา เราได้เห็นชีวิตรื่นรมย์ในเมือง ได้สัมผัสสภาพอากาศดีๆ ริมทะเล ได้เดินหลงเสน่ห์ในเงาตามตรอกซอกซอย ได้พักผ่อนและสัมผัสบาร์เซโลน่าในแบบที่พอดีและพอใจ
เราบินจากปรากถึงบาร์เซโลน่าช่วงประมาณสองทุ่มครึ่ง โดยสายการบิน Ryan Air ซึ่งใช้เวลาบินร่วม 2 ชั่วโมง จากสนามบินเรานั่ง รถไฟ RENFE ที่ Terminal 2 โดยซื้อตั๋วผู้ใหญ่เที่ยวเดียวราคา 4.20 EURO แล้วไปต่อ Metro ใต้ดินไปยังโรงแรม ทริปนี้มีเวลาทั้งหมด 4 วัน 3 คืน เราจึงเลือกซื้อตั๋ว Metro แบบ 48 ชั่วโมง ราคาประมาณ 10 EURO ซึ่งตั๋วใบนี้รวม ค่าโดยสารสำหรับขนส่งสาธารณะแบบ Unlimited ด้วยค่ะ
ส่วนขากลับจากบาร์เซโลน่าไปปรากเรานั่ง Aero bus คันสีฟ้าจาก Placa de Catalunya ใจกลางเมืองบาร์เซโลน่า มาลงที่ Terminal 2 ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ราคาต่อคนประมาณ 5.9 EURO และบินกลับโดยสารการบิน Ryan Air ค่ะ
บล็อคนี้เป็นบันทึกของเราในช่วง 3-4 วันในบาร์เซโลน่า แนะนำร้านอาหารและ Tips ในการท่องเที่ยวรวมถึงสถานที่ๆ เราได้มีโอกาสไประหว่างอยู่ในบาร์เซโลน่าค่ะ
เรามีเวลาสองวันเต็มสำหรับทริปบาร์เซโลน่า แต่เนื่องจากเราไม่ได้แพลนอะไรไว้เป็นหลักล่วงหน้า เราก็เลยเลือกที่จะเที่ยวแบบชิลๆ โดยในวันแรก เราไปเดินรอบๆ Old Town พลางๆ เก็บ Landmark ไปพลางๆ ส่วนวันที่สองเราเน้นไปที่ของกินและพักผ่อนกัน โดยเราไม่ได้คิดว่าจะต้องไปให้ครบทุกที่ และนี่ก็คือรายชื่อสถานที่ที่เราได้ไปเยี่ยมชมในทริปบาร์เซโลน่าครั้งนี้ค่ะ
สวนสาธารณะแห่งนี้อยู่ติดกับสวนสัตว์บาร์เซโลน่า ภายนาสวนมี บ่อน้ำพุ Cascada Fountain ที่ออกแบบโดย Josep Fontseré ในปี 1881 โดยมี Gaudi ร่วมงานด้วย สร้างขึ้นหลังจากงาน Barcelona Fair ในปี 1880 โดยได้แรงบัลดาลใจจากบ่อน้ำพุที่มีชื่เสียงในกรุงโรม ประเทศอิติลี Trevi Fountain
ส่วนตัวแล้วเราชอบสวนนี้มากๆ เพราะมันให้ความรู้สึกแนว Southern Europe เราไปช่วง Spring บางหมุมต้นไม้เขียวแดดส่อง ยิ่งให้อารมณ์แนวๆ อิตาลีเลยค่ะ แนะนำให้ไปเดิน ช่วงเย็นๆ ตอนที่พระอาทิตย์ลดต่ำลงลอดผ่านต้นไม้กระทบตามเสา เป็นภาพที่งามมากๆ เลยค่ะ
365 Cafe’ เราบังเอิญเดินผ่านร้านนี้และเห็นว่ามีของและคนเยอะดี มารู้ทีหลังว่าเขามีหลายสาขาราคาขนมปังชิ้นเล็กๆ 5 ชิ้น ประมาณ 1 EURO กาแฟประมาณ 2 EURO และน้ำส้มคั้น 4 EURO ค่ะ พวกขนมปัง ครัวซองต่างๆ ถือว่าใช้ได้ค่ะ
Gata Mala ร้านอาหารแนวอินดี้ไม่ไกลจาก Park Guell อาหารเสปนรสงามๆ รีวิวค่อนข้างดีเลยค่ะ ร้านเปิดตอน 18.30 ถึง เที่ยงคืน และปิดวันอาทิตย์ค่ะ โชคดีที่เราไปวันเสาร์ และเราไป “เปิดร้าน” หลังจากเราเข้าไปไม่นานคนก็ตามมาใช้บริการกันเยอะมาก ทำให้เราต้องรีบสั่งอาหารทันทีเพราะกลัวจะไม่ได้กินเร็ว ก็หิวอ่า ฮ่าๆ
El Cangrejo Loco มาเสปนทั้งทีต้องได้หม่ำปาเอย่าในเมืองเจ้าถิ่นสักครั้ง เรามาร้านนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าร้านอาหารที่ Port Olimpic คือร้านหรับนักท่องเที่ยวซึ่งไม่ใช่คำตอบแรกในการสรรหาร้านปาเอย่าแบบดั้งเดิม แต่เนื่องจากความหิวมากๆ ทำให้เราคิดไม่ออกแล้วว่าจะเดินกลับไป “ร้านนั้นดีไหม” ก็เลยหยุดลงที่ร้านนี้กับปาเอย่า Lobster ในราคา 45 EURO ร้องไห้งอแงเพราะว่ามันแพงมาก แถมกินไปคิดถึงปาเอย่าที่ Barcelona Guadi ไปแต่ก็เอาน่า ถือว่าได้มานั่งดูบรรยากาศเมดิเตอร์เรเนียนแล้วกันเนอะ!
Wok to Walk อาหารร้านนี้จะคล้ายผัดไทย ผัดผักบ้านเราค่ะ แต่จะเป็น Made to order ให้เราเลือกผัก เส้น ซอส ราคาก็ตามอาหารที่เราสั่งเลยค่ะ สำหรับ Vegan ก็ทานได้ค่ะ
Cappuccino ร้านใหญ่ติดหัวมุมแถว Gothic Quarter ใกล้ๆ กับ Metro Jaume I เป็นอีกร้านที่คิดว่านี่แหละร้านที่เราจะมาหม่ำมื้อเช้า เพราะว่าร้านดูดีมากและคนก็เยอะมากๆ แต่เราก็ผิดหวังนิดหน่อยเนื่องจากขนาดของอาหารดูเหมือนจะมีขนาดเล็กครึ่งหนึ่งจากภาพที่โฆษณา แถมยังมี Service Charge อีกด้วย กลับจากร้านแล้วเข้าไปอ่านรีวิวเห็นบางคนบอกว่าโดนชาร์ต เกือบ 1 EURO ต่อ 1 ออเดอร์เมื่อนั่งด้านนอกอีกด้วย ><
Moniberic ร้านนี้แถมให้เนื่องจากว่าเราไม่ได้ไปทานอาหาร แต่ว่าไปซื้อ Salami ระหว่างทางไปขึ้นรถที่ Placa de Catalunya ไปสนามบินค่ะ ราคาต่อ 100 กรัมก็ประมาณ 5 EURO ค่ะ ด้วยความว่าที่
Chocolate Box ร้านของหวานที่เห็นแล้วต้องแวะ บอกกับตัวเองว่าพลาดไม่ได้คะ เราสั่งไอศรีมช็อคโกแลตและเครปนูเทลล่า อร่อยมากๆ ร้านมีหลานสาขา ที่ๆ เราไปอยู่ที่ Jaume I ค่ะ
Santa Caterina Market เป็นตลาดรวมๆ ขายชีส แฮมม่อน ซาลามี่ ผลไม้และก็ของสด แต่ว่าไม่ได้ซื้อเพราะว่าเลือกไม่ถูกค่ะ เยอะมากๆ แต่ก่อนจะหลับก็แอบไปซื้อตอนกลับที่ร้าน Moniberic แทน
คนส่วนใหญ่จะพูด Catalan และ เสปน ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษค่ะ เราไม่ได้เรียนภาษาเสปน แต่ก็พูดคำง่ายๆ อย่าง Hola หรือ Gracious กับคนถิ่นก็จะได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตรค่ะ
ถ้าอยากจะเข้าชม Sagrada Familia และ Park Güell ให้ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า และอาจจะต้องเผื่อเวลาไปรอด้วยค่ะ
โดยรวมแล้วราคิดว่าบาร์เซโลน่าเป็นเมือง “Lively City” ครึกครื้นมากทั้งวันทั้งคืน มีผู้สูงวัยออกมาเดินเที่ยว Hangout กันเยอะมาก และด้วยความที่บาร์เซโลน่ามีสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เราจะเห็นได้ว่าคนที่นี่คลั่งไคล้ฟุตบอลมากเหลือเกิน ร้องเพลงเชียร์กันทั้งวันทั้งคืน (ความรู้สึกประหนึ่งว่าบาร์เซโลน่าเป็นประเทศ แล้วมีเลโอเนลเป็นราชา ฮี่ๆ)
ส่วนความรู้สึกแปลกๆ ที่อยากเรียกว่าเป็น “First impression” ของเราที่มีต่อบาร์เซโลน่า นั่นก็คือในคืนแรกที่เราเดินจากรถไฟใต้ดินมายังโรงแรม เป็นช่วงวันศุกร์ตอนประมาณ 3-4 ทุ่ม ก็จะเป็นช่วงที่คนเยอะมากๆ เราจำได้ว่ามีคนมาเสนอขาย Weed ให้ตลอดทาง ตั้งแต่ออกจาก Metro บนถนน La Rambla จนถึงซอยหน้าโรงแรม โดยรวมๆ แล้วก็ประมาณ 5-6 คนที่อยากจะขาย Weed ให้กับเรา ฮี่ๆ เป็นเมืองที่น่าสนุกและครึกครื้นดีค่ะ
© 2022 ACT Acrobatics